จับกระแสเทคโนโลยีใหม่ ปี 2551 Wimax-RFID-3G จ่อคิวเผยโฉม


เพิ่งผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่ไปหมาดๆ เซ็กชั่น ไอซีที ประชาชาติธุรกิจเลยขอถือโอกาส  Happy New Year 2008Žกับท่านผู้อ่าน ผู้มีอุปการคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเราด้วยดีมาตลอด แน่นอนว่าปีใหม่ทั้งทีหลายคนคงตั้งใจเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ กับชีวิตของตนเอง หน้าที่การงานและธุรกิจ

ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยก็คาดหวังว่าจะมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นเช่นกัน ทั้งในแง่ของโอกาสในการขอใบอนุญาตใหม่ การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาให้บริการ และผู้บริโภคเอง โดยเฉพาะคอไฮเทคก็ต้องหวังที่จะได้ใช้บริการใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน

ในแง่ของเทคโนโลยีใหม่ที่น่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ ที่มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุดหนีไม่พ้น 3G และ WiMax ทั้งนี้นอกจากจะเป็นเทคโนโลยีที่มีการพูดถึงมานานและเริ่มต้นไปแล้วในหลายประเทศ ขณะที่ในบ้านเรา องค์กรกำกับดูแลอย่างคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ก็เริ่มวางแนวทางในการออกใบอนุญาตไปบ้างแล้ว แต่สำหรับ 3G คงต้องรอกันนานหน่อย ด้วยว่าการจ้างที่ปรึกษาเข้ามารับหน้าศึกษารายละเอียดทั้งหมดยังไปไม่ถึงไหนด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่ควรจะได้มาตั้งแต่ก่อนสิ้นปีที่ผ่านมา

บิ๊กบอสยักษ์มือถือ เอไอเอส ซึ่งวางอนาคตของตนเองไว้ในตำแหน่งผู้ให้บริการครบวงจร (total telecom provider) วิเชียร เมฆตระการ ให้ความเห็นว่าเทคโนโลยีใหม่ที่มีโอกาสได้เห็นมากที่สุดในปีนี้มี 3 เทคโนโลยี ประกอบด้วย 3G, WiMax และ RFID เพราะอาจกล่าวได้ว่าทั้ง 3 เทคโนโลยี จ่อคิวมาถึงหน้าบ้านแล้วทั้งตัวเทคโนโลยีเองก็พร้อมใช้งานเต็มที ขณะที่ตัวผู้บริโภคก็ต้องการใช้งานข้อมูลและมัลติมีเดียมากขึ้น

เช่นเดียวกับบรรดาผู้ให้บริการทั้งหลายต่างพร้อมเหลือเกินที่จะลงทุน

โดยเฉพาะเทคโนโลยี RFID เองเราจะเห็นทั้งที่อยู่ในซิมการ์ด และบรรจุไว้ในมือถือ โดยทุกวันนี้เริ่มมีการใช้งานในประเทศไทยบ้างแล้ว แต่ยังจำกัดอยู่ในธุรกิจโรงงานและโลจิสติกส์ แต่เชื่อว่าอนาคตจะเข้าสู่ตลาดทั่วไปมากขึ้น เพราะผู้ผลิตมือถือหลายราย เช่น โนเกียเริ่มผลิตมือถือที่มี RFID แล้ว และเทคโนโลยีนี้จะมาตอบโจทย์การใช้งานด้านอีคอมเมิร์ซและเอ็มคอมเมิร์ซได้ด้วย

ก่อนหน้านี้ วรุณเทพ วัชราภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด ผู้ให้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือในเครือเอไอเอสกล่าวว่า ในอนาคตการทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือฝากความหวังไว้กับเทคโนโลยี RFID เพราะทำให้การชำระเงินมีความสะดวกมากขึ้น เช่น ในประเทศญี่ปุ่นที่การชำระเงินด้วยระบบเอ็มคอมเมิร์ซ ได้รับความนิยมมากเพราะคนญี่ปุ่นชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าผ่านเทคโนโลยี RFID และเขาเองก็คาดหวังว่าเมื่อการใช้งาน RFID ในมือถือของไทยมีมากขึ้นก็จะทำให้เอ็มคอมเมิร์ซในไทยเติบโตขึ้นเช่นเดียวกัน

วิเชียร กล่าวต่อว่า การออกใบอนุญาต 3G นอกเหนือจากเหตุผลทางการตลาดแล้วยังมีเหตุผลทางธุรกิจด้วย เนื่องจากอุปกรณ์ 3G ขณะนี้เริ่มมีต้นทุนต่ำกว่าระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแล้ว ขณะที่ประสิทธิภาพการให้บริการดีกว่า ให้บริการได้มีคุณภาพกว่า สรุปรวมๆ แล้วคือทำให้ต้นทุนการบริการต่ำลง ขณะเดียวกันการออกใบอนุญาตใหม่ก็จะทำให้ผู้รับใบอนุญาตออกจากระบบสัมปทานโดยอัตโนมัติ เพราะจะไม่ต้องเสียค่าส่วนแบ่งรายได้บนระบบสัมปทานแบบเดิม

เนื่องจากจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าด้วยเช่นกัน

แต่ที่พูดถึงความพร้อมนี่หมายถึงทางด้านเทคโนโลยีนะ แต่ความพร้อมของภาครัฐยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะออกใบอนุญาตใหม่ได้ วิเชียรกล่าวทิ้งท้าย

ฟากผู้ให้บริการมือถือเบอร์ 2 อย่าง ดีแทค ก็มองไม่ต่างกันเท่าไร โดย ปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริการเสริม บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ให้ความเห็นว่าแนวโน้มในปี 2551 หนีไม่พ้นบรอดแบนด์มาแน่นอน โดยเฉพาะการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ ดูได้จากจำนวนผู้ใช้บริการ GPRS ของดีแทคในปีที่ผ่านมา มีผู้ใช้ขยับจาก 1-1.5 ล้านคนเป็น 3 ล้านคนภายในสิ้นปี ดังนั้นในปีนี้จึงน่าจะเห็นผู้ใช้

อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมากขึ้นเป็น 5 ล้านรายได้

อย่างแรกเลยผู้ให้บริการมือถือจะเน้นการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น และผู้ผลิตก็จะเน้นผลิตอุปกรณ์ที่ตอบสนองการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมากขึ้นเช่นกัน แต่ในเชิงเทคโนโลยียังเป็น 2G ที่อัพเกรดเป็น 2.75G อยู่นะ 3G เราก็พร้อมที่จะลงทุน แต่ความชัดเจนของภาครัฐยังไม่มี เรื่องการออกใบอนุญาตใหม่ยังไม่เห็น แต่ถ้า ภาครัฐเปิดเมื่อไร อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือจะมีความเร็วสูงมาก สปีดสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 7.2 Mbps เลย และจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศในอนาคตด้วย

สำหรับเทคโนโลยี WiMax ปกรณ์ มองว่ายังเป็นอะไรที่น่า เสียวไส้ อยู่ เพราะคนทั่วไปมองว่าเป็น Wi-Fi ที่มีขนาดใหญ่กว่าในแง่พื้นที่การใช้งาน ซึ่งแม้จะกว้างกว่าแต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าเมื่อเทียบกับโครงข่ายมือถือ

ดังนั้นการลงทุน WiMax ต้องใช้เวลานานกว่าถึงจะมีพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมทั้งต้องใช้เวลาสร้างฐานลูกค้า ขณะที่โครงข่ายมือถือมีลูกค้ารองรับไว้อยู่แล้ว ดังนั้นการขยายบริการ อินเทอร์เน็ตไร้สายด้วยการทำ 3G น่าจะทำได้เร็วกว่า WiMax

เทคโนโลยี broadband on powerline ก็น่าสนใจ แต่เท่าที่ดูในเมืองนอกก็ยังไม่เห็นผลสำเร็จในเชิงพาณิชย์ แล้วกลุ่มผู้ให้บริการในลักษณะนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ให้บริการไฟฟ้าเดิม ซึ่งไม่ มีความชำนาญในการให้บริการอินเทอร์เน็ต ขณะที่เทคโนโลยีเองก็ยังไม่เสถียรมากนัก แต่ก็เริ่มมีความคืบหน้าในแง่มีการทดลองทดสอบเทคโนโลยีนี้ในประเทศไทยบ้างแล้วปกรณ์ให้ความเห็น

รายงานข่าวจาก กทช.ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ขณะนี้มีผู้ยื่นขอทดสอบเทคโนโลยี 3G เข้ามาแล้ว 4 ราย ประกอบด้วย 1.เอไอเอส 2.ดีแทค 3.ทรูมูฟ และ 4.อีริคสัน (ประเทศไทย) แต่ทั้งหมดยังไม่ได้รับการอนุญาตจาก กทช.

ขณะที่เทคโนโลยี WiMax มีผู้ได้รับอนุญาตแล้ว 12 ราย ประกอบด้วย 1.บริษัท ทรู

ยูนิเวอร์แซล คอนเวอร์เจ้นซ์ จำกัด เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2550 2.บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด 3.บริษัท ทรานส์ แปซิฟิก เทเลคอม (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2550 4.บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) 5.บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) และ 6.บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)

7.บมจ.เอไอเอส 8.บมจ.กสท โทรคมนาคม 9.บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) 10.บริษัท ทรูมูฟ จำกัด 11.บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) และ 12.บมจ.ทีโอที แต่กรณีของทีโอทียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กทช.อีกครั้งหนึ่ง

สำหรับเทคโนโลยี broadband on powerline ขณะนี้มี บมจ.กสท โทรคมนาคม เริ่มทดสอบให้บริการแล้ว และมีแผนที่จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในไตรมาสแรกของปีนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ตัวเทคโนโลยีดังกล่าวยังมีข้อจำกัดในแง่มีรัศมีการให้บริการที่ได้แค่ 200 เมตรจากชุมสายเท่านั้น จึงเหมาะกับการให้บริการในอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยมากกว่า

ส่วนสถานะของการออกใบอนุญาตในขณะนี้ กทช. ได้ตั้งเป้าไว้ในแผนแม่บทโทรคมนาคมแห่งชาติว่าจะสามารถออกใบอนุญาตใหม่ได้ในปี 2552 อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้วไม่นานถึงขนาดนั้น เพราะ กทช.ตั้งเป้าว่าน่าจะออกใบอนุญาตใหม่ได้ในปีนี้แน่นอน เพราะขณะนี้ในส่วนของใบอนุญาต WiMax กำลังอยู่ระหว่างการรอเก็บข้อมูลการทดสอบการให้บริการเพื่อนำผลการทดลองมาปรับใช้ในการเขียนใบอนุญาต

ขณะที่ใบอนุญาต 3G อยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อเข้ามาให้คำแนะนำในการออกใบอนุญาตเช่นกัน รวมถึงเทคโนโลยี broadband on powerline ก็กำลังอยู่ระหว่างการขอรับการอนุมัติจาก กทช.เพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเรื่องมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านสายไฟฟ้าแล้ว
จาก: มติชน วันที่ 28 ธันวาคม 2550 – เวลา 19:14:29 น.

เกี่ยวกับ

Nuchit Atjanawat is a Microsoft MVP, GreatFriends Community Leader, WindowsITPro Columnist(Mr.Nano), Silverlight Business Application Instructor, Speaker in various Microsoft events, Author, passionate Blogger and a Software Engineer by profession. He has a very good skill over Silverlight, LightSwitch, C#, XAML & Blend. He shares his technical findings, tutorials in his technical blog. Follow his Blog and Facebook page to be updated on latest articles. - Technical Blog: https://janawat.wordpress.com - WindowsITPro Columnist(Mr.Nano): http://windowsitpro.net - The GreatFriends.Biz Community Discussion Board (nano): http://greatfriends.biz - witter: https://twitter.com/janawat - Facebook Page: https://www.facebook.com/nuchit - Instructor: http://bit.ly/GF250-01, http://bit.ly/GF150-02

เขียนใน News

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

In Archive
%d bloggers like this: